ข่าวเด่นประจำปี2548

 
  1. นายกฯจุนอิชิโร โคอิซูมิของญี่ปุ่น ประกาศยุบสภา   
  2. เจ้าหญิงซายาโกะ สละฐานันดรศักดิ์  
  3. อุบัติเหตุรถไฟสายฟุกุชิยามะตกราง ตาย107 บาดเจ็บ 555คน  
  4. บริษัทไอทีไลฟ์ดอร์กับบริษัทราคุเต็ง กวาดซื้อหุ้นของสถานีโทรทัศน์   
  5. ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้เยื่อหิน ASBESTOS ในโรงงานอุตสหกรรมทั่วประเทศ  
  6. นายกฯโคอิซุมิ จุนอิจิโร ดึงดันไปกราบไหว้ศาลเจ้ายาซุกุนิ  
  7. ปัญหาการการปลอมแปลงแบบแปลนการสร้างอาคาร  
  8.เปิด-ปิดงาน ไอจิคิวบัมปะคุ (เวิร์ดเอ็กซ์โปร2005) ยอดคนเข้าชมงานมหาศาล  
  9.ชาวจีนทั่วประเทศยังคงชุมนุมประท้วงญี่ปุ่นต่อเนื่องนานเป็นสัปดาห์   
  10.รางวัลผู้คิดคำยอดฮิตประจำปี2548  
     

1.

 นายกฯจุนอิชิโร โคอิซูมิของญี่ปุ่น ประกาศยุบสภา   
  นายกฯจุนอิชิโร โคอิซูมิของญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 11 กันยายน หลังสภาสูงลงมติคว่ำแผนแปรรูปกิจการไปรษณีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาล หลังปิด หีบเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคลิเบอร์รัล เดโมแครต หรือ พรรคแอลดีพี(พรรคเสรีประชาธิปไตย) ของ นายกฯโคอิซูมิ ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย กวาดเก้าอี้ ส.ส.ไป 296 รวมกับโคเมะโท พรรคพันธมิตรอีก 31 เก้าอี่ รวมที่นั่งในสภาทั้งหมด 327 เก้าอี้ จาก 480 ที่นั่ง ทำให้ พรรคแอลดีพี ของ นายกฯโคอิซูมิ สามารถจัดตั้ง รัฐบาลพรรคเดียว ผลจากการเลือกตั้งครั้งนี้ เท่ากับว่า คนญี่ปุ่น เห็นด้วยกับ นายกฯโคอิซูมิ ที่จะให้ แปรรูปรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ คือ บริษัทไปรษณีย์ของรัฐบาล มูลค่ากว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ ประมาณ 123 ล้านล้านบาท นำหุ้นออกขายให้ภาคเอกชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจขาขึ้นของญี่ปุ่น (8/8/2548 &9/12/2548)

     

2.

 เจ้าหญิงซายาโกะ สละฐานันดรศักดิ์  
  เจ้าหญิงซายาโกะ พระธิดาพระองค์เดียวในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ทรงสละฐานันดรศักดิ์เพื่อเข้าพิธีสมรสกับโยชิกิ คุโรดะ ข้าราชการสำนักผังเมืองกรุงโตเกียว พระคู่หมั้นที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก
งานแต่งงานจัดให้มีขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่พระธิดาของจักรพรรดิญี่ปุ่นสมรสกับคนธรรมดา และออกจากพระราชวังไปใช้ชีวิตสามัญชนที่อพาร์ตเมนต์ของฝ่ายชายที่อาศัยอยู่กับมารดา และอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังอิมพีเรียล
พิธีสมรสของเจ้าหญิงซายาโกะ มีขึ้นอย่างเรียบง่าย ณ ห้องจัดงานซึ่งได้รับการตกแต่งเพียงเล็กน้อยในโรงแรมอิมพีเรียล โรงแรมหรูในกรุงโตเกียว มีญาติใกล้ชิดเข้าร่วมพิธีแต่งงานแบบชินโต ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าอาวาสจากศาลเจ้าอิเซ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น จำนวน 31 คน รวมถึงสมเด็จพระจักรพรรดิ สมเด็จพระจักรพรรดินี เจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ และเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายา ขณะที่ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวมี 8 คน
เจ้าหญิงซายาโกะ อาจเป็นเจ้าหญิงคนสุดท้ายที่ต้องสละฐานันดรออกจากราชวงศ์ไป หากรัฐบาลผ่านร่างกฎหมายแก้ไขกฎมณเฑียรบาล ที่จะให้สมาชิกราชวงศ์ฝ่ายหญิง มีสิทธิเท่าเทียมกับฝ่ายชายในการขึ้นครองบัลลังก์ และคงฐานันดรไว้ในกรณีที่แต่งงาน (15/11/2548)
     

3.

อุบัติเหตุรถไฟสายฟุกุชิยามะตกราง ตาย107 บาดเจ็บ 555คน  
  เมื่อเช้าวันที่ 25 เมษายน 2548 เกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางและหัวขบวนพุงเข้าชนอาคารที่อยู่อาศัยของประชาชน ระหว่างสถานีทซึกะกุจิและสถานีอามะกะซากิในช่วงเวลาเร่งรีบไปทำงาน ไปโรงเรียน บริษัทเจอาร์ เวสเจแปน ออกมาขออภัยและแถลงว่าเป็นอุบัติเหตุทางรถไฟที่น่าสลดที่สุดของญี่ปุ่นเท่าที่เคยมีอุบัติเหตุมา สาเหตุมาจากรถไฟคันดังกล่าวไม่มีการติดตั้งระบบเอทีเอส (ATS) ระบบควบคุมความเร็วขณะเข้าโค้ง อีกทั้งพนักงานขับรถไฟคันดังกล่าวเป็นพนักงานที่เข้าใหม่ และกำลังตะหนกว่ารถไฟคันที่ตนเองขับนั้นช้ากว่าเวลาที่กำหนดไป2นาทีซึ่งตามกฎของบริษัทแล้วถ้าพนักงานขับรถคนไหนขับรถล่าช้ากว่าเวลาตารางที่บริษัทกำหนดจะถูกลงโทษอย่างหนักเพราะถือว่าทำให้ก่อความเสียหายกับผู้ใช้บริการ จึงรีบเร่งความเร็วเพื่อจะได้ถึงที่หมายตรงตามเวลาที่รถไฟกำหนดและเกิดโศกนาฎกรรมดังกล่าว จากเหตุผลของอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้บริษัทเจอาณ เวส เจแปนถูกประชนและสื่อต่างๆประณามอย่างมากว่าบริษัทฯยังเลือกอบรมพนักงานให้เห็นความสำคัญของเวลาแค่ช้าไป2-3นาทีมากกว่าเห็นความปลอดภัยของผู้โดยสาร (25/4/2548)

     

4.

บริษัทไอทีไลฟ์ดอร์กับบริษัทราคุเต็ง กวาดซื้อหุ้นของสถานีโทรทัศน์   
  ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ระหว่างวันที่8 เป็นต้นมา ประธานบริษัทไลฟ์ดอร์ นายทาคาฟูมิ โฮริเอะ ประกาศทุ่มเงินจำนวนมหาศาลซื้อหุ้นในเครือสถานีโทรทัศน์นิปปอนโฮโซ กว่า35เปอร์เซ็นของจำนวนหุ้นที่วางตลาดเป็นข่าวใหญ่พาดหน้าหนึ่งหลายวันติดกัน เนื่องจากถ้าบริษัทไลฟ์ดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มากกว่า38เปอร์เซ็นของหุ้นที่วางขายในท้องตลาดทั้งหมดจะทำให้บริษัทไลฟ์ดอร์เข้ายึดกิจการสื่อทั้งหลายของบริษัทนิปปอนโฮโซทั้งหมด กิจการสื่อของบริษัทนี้ที่สำคัญๆก็มีสถานีวิทยุ นิปปอนเรดิโอ และสถานีโทรทัศน์ฟูจิ ทีวีซึ่งสถานีโทรทัศน์ฟูจิทีวีนี้ถือหุ้นของนิปปอนโฮโซไว้เพียง 25เปอร์เซ็นต์ และในที่สุดก็ตกลงยอมความได้กับสถานีโทรทัศน์ฟูจิทีวีและนิปปอนเรดิโอหลังจากทำสงครามกวาดซื้อหุ้นกันอย่างเผ็ดร้อนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความสนใจเรื่องการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อย่างแพร่หลาย และในช่วงกลางเดือนตุลาคมในปีเดียวกันบริษัทไอที ราคุเต็ง ก้ประกาสถือหุ้นของสถานีโทรทัศน์ ทียีเอสถึง15เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหุ้นที่วางจำหน่ายในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในที่สุดก็ตกลงและปรองดองกันได้ (8/2/2548 -13/10/2548)

     

5.

ญี่ปุ่นสั่งห้ามใช้เยื่อหิน ASBESTOS ในโรงงานอุตสหกรรมทั่วประเทศ   
  เมื่อเดือนมิถุนายน 2548 ที่ผ่านมารับบาลญี่ปุ่นประกาศสั่งปิดโรงงานเครื่องจักรอุตสหกรรม คูโบต้า คิวคันซากิ ที่อำเภออามากะซากิ จังหวัดเฮียวโกะ เนื่องจากปล่อยสารที่กระจายออกมาจากใยหินที่เป็นอันตรายและทำลายสุขภาพกับประชาชนที่อาศัยอยู่ในแถบนั้นเป็นบริเวณกว้าง จากการสำรวจของรับบาลพบว่าเยื่อหินที่ปลิวฟุ้งกระจายกินบริเวณมากและสงสัยว่ามีจะมีโรงเรียนที่อยู่บริเวณรอบๆโรงงานถึง771 โรงเรียนและ 324โรงพยาบาลที่ได้รับความเสียหายในครั้งนี้ สำหรับใยหินนั้นจะพบในโรงงานหรือในเมืองที่ใช้สารนี้ เช่นในโรงงานทำผ้าเบรค คลัท ฉนวนกันความร้อน และดรงงานทอผ้า ละอองของสารเยื่อหินนั้นสามารถล่องลอยไปในอากาศ สำหรับอันตรายจากใยหินนั้นจะทำให้ผู้ที่สูดดมใยหินที่ปลิวฟุ้งในอากาศเป็นเวลานาน สารจะไปตกค้างและทำอันตรายต่อเซลปอดทำให้เกิดอาการมะเร็งในปอดได้มากกว่าคนที่ไม่ได้สูดดมสารนี้เข้าไปถึง4-5เท่า จากการสำรวจของอันตรายของสารนี้รัฐบาลจึงสั่งห้ามการใช้สารนี้ในโรงงานอุตสหกรรมทั่วประเทศ(27/7/2548)

     

6.

นายกฯโคอิซุมิ จุนอิจิโร ดึงดันไปกราบไหว้ศาลเจ้ายาซุกุนิ  
  เมื่อ 17 พฤษภาคม นายกฯโคอิซุมิไปเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งเป็นที่สิงสถิตย์ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตในสงคราม รวมถึงอาชญากรสงครามอีกครั้ง และนายกฯบอกด้วยว่า ญี่ปุ่นเป็นชาติรักสันติ จีนกับเกาหลีใต้ ไม่ควรเข้ามาก้าวก่ายเรื่องภายในของญี่ปุ่น ทำให้สื่อญี่ปุ่นตำหนิผู้นำประเทศ ดึงดันไปกราบไหว้ศาลเจ้าสงคราม เป็นต้นเหตุพลาดหารือกับรองนายกฯจีน หนังสือพิมพ์หลายฉบับในญี่ปุ่น พากันกล่าวโทษนายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ ที่ยืนยันว่าการไป สักการะศาลเจ้ายาสุคุนิอีกว่า เป็นต้นเหตุให้รองนายกรัฐมนตรีหญิง อู๋ อี๋ ของจีน ตัดทอนการเยือนญี่ปุ่นลงหนึ่งวัน และยกเลิกการขอพบหารือกับเขา เมื่อวานนี้ และซึ่งในตอนแรก รัฐบาลปักกิ่งให้เหตุผลว่า เพราะเธอมีภารกิจด่วนในบ้าน แต่ต่อมาก็แย้มว่า เรื่องศาลเจ้ายาสุคุนิ เป็นสาเหตุ และสื่อต่างๆยังกล่าวว่าท่าทีของนายกฯโคอิซูมิในเรื่องนี้เป็นสาเหตุให้รองนายกรัฐมนตรีของจีน ยกเลิกกำหนดพบปะกับผู้นำญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะเกิดขึ้นได้ในพิธีทางการทูต และเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะการพบปะกัน อาจเป็นก้าวหนึ่งของการปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นได้(17/10/2548)

     

7.

ปัญหาการการปลอมแปลงแบบแปลนการสร้างอาคาร  
  เมื่อวันที่17 พฤษจิกายน กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นประกาศพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารและการก่อสร้างผิดมาตราฐานที่กระทรวงกำหนดไว้สำหรับอาคารก่อสร้างจำนวน21อาคาร โดยบริษัทก่อสร้างชื่อบริษัท อาเนหะ เซคเค บริหารโดยนาย อาเนะหะ ฮิเดทซึงุ บริษัทก่อสร้างอาคารดังกล่าวและบริษัทรับเหมาก่อสร้างในเครือทั้งหมดถูกรับบาลสอบสวนเรื่องสร้างตึกผิดกับแปลนโครงสร้างที่รัฐบาลกำหนดโดยรัฐบาลตั้งไว้และห้ามใช้หรืออยู่อาศัยในตึกอาคารแมนชั่น โรงแรม ต่างๆ ที่ถูกพบว่าสร้างไม่ได้มาตราฐานทำให้ผู้อยุ่อาศัยเกิดความเดือดร้อนเป็นจำนวนมากสำหรับมาตราฐานที่รัฐบาลตั้งไว้คือตึกต้องสามารถทานทนต่อแผ่นดินไหวได้ในระดับ7ริกเตอร์แต่บริษัทดังกล่าวสร้างตึกให้ทนทานกับแผ่นดินไหวแค่5ริกเตอร์ผิดมาตราฐานอย่างมาก (17/11/2548-14/12/2548)

     

8.

ปิด-ปิดงาน ไอจิคิวบัมปะคุ (เวิร์ดเอ็กซ์โปร2005) ยอดคนเข้าชมงานมหาศาล  
  รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นได้ร่วมกับองค์กรเอกชนในประเทศญี่ปุ่นจัดงานเอ็กซ์โปร 2005 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้า นวัตกรรมทางอุตสาหกรรม การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น ที่จัดขึ้นในทุก 5 ปี โดยครั้งนี้ได้เลือกจัดที่จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น รวมเวลา 185 วัน ภายใต้แนวคิด ปัญญาของธรรมชาติ
งานในครั้งนี้จะมีหน่วยงานรัฐบาลและเอกชนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมถึง 121 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 15 ล้านคน เป็นต่างประเทศ 1.5 ล้านคน โดยภายในงานจะแบ่งออกเป็น 6 ส่วนตามกลุ่มประเทศ ได้แก่ โซนที่ 1 เอเชียตะวันตกและตะวันออกกลาง โซนที่ 2 อเมริกาเหนือ กลาง และใต้ โซนที่ 3 ยุโรปและประเทศในแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน โซนที่ 4 ยุโรปเหนือ โซนที่ 5 แอฟริกา และโซนที่ 6 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอซิเนีย และวันปิดงานในเดือนกันยายน สรุปยอดผู้ที่เข้ามาชมงานถึง 22.9 ล้านคน (25/3/2548-26/9/2548)

 

     

9.

ชาวจีนทั่วประเทศยังคงชุมนุมประท้วงญี่ปุ่นต่อเนื่องนานเป็นสัปดาห์  
  เมื่อวันที่ 9-10 เมษายน 2548 ที่ผ่านมา ชาวจีนหลายหมื่นคน เดินขบวนประท้วงในกรุงปักกิ่ง (เมืองหลวงของจีน) และมณฑลกวางตุ้ง โดยเรียกร้องให้มีการต่อต้านการซื้อสินค้าญี่ปุ่น เผาธงชาติญี่ปุ่น และขว้างปาก้อนหินเข้าไปในสถานทูตญี่ปุ่น เนื่องจากไม่พอใจที่ญี่ปุ่นออกตำราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่บิดเบือนความจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยแบบเรียนประวัติศาสตร์ดังกล่าว กล่าวถึงช่วงที่ญี่ปุ่นเคลื่อนกองทัพเข้าสู่ประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยหลีกเลี่ยงการใช้คำว่า “รุกราน” และระบุเนื้อหาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นสังหารหมู่ชาวจีนที่เมืองนานกิง เมื่อปี 2480 เพียงแค่ว่าเป็น “เหตุการณ์” ที่มีคนจีน “หลายคน” ถูกสังหาร โดยไม่ยอมระบุถึงจำนวน ขณะที่นักประวัติศาสตร์ยืนยันว่ามีชาวจีนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 300,000 คน โดยก่อนหน้านี้ รัฐบาลจีนได้แสดงความไม่พอใจต่อการออกแบบเรียนดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้ชี้แจงกลับว่า แบบเรียนที่ใช้ในโรงเรียนญี่ปุ่นไม่ได้จัดทำโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐ แต่เป็นของบริษัทเอกชน ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้เสรีภาพกับสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงเนื้อหาของแบบเรียนโดยตรงได้ หากแบบเรียนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ นอกจากนี้ ชาวจีนยังประท้วงที่ญี่ปุ่นพยายามยื่นขอเป็นสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้เรียกร้องให้รัฐบาลจีนออกมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยชาวญี่ปุ่นในจีน

     

10.

รางวัลผู้คิดคำยอดฮิตประจำปี2548  
  เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2548 มีการจัดงานมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้ที่คิดคำใหม่คำพูดที่ฮิตติดปากประชาชนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีและใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกสังคม รางวัลที่ 1 ได้แก่คำว่า โคอิซุมิ เกคิโจว (โรงละครของท่านนายกฯ) ผู้คิดคำนี้คือหัวหน้าพรรคแอลดีพี นายทาเคเบะ ซึโตมุ คำนี้สื่อมวลชลทั้งหลายของญี่ปุ่นใช้กันมาตลอดปี รางวัลที่2 ได้แก่คำว่า โซเตกัย, โซเตนัย (อยู่/ไม่อยู่ ในความคาดคะเน) เป็นคำพูดของนายโฮริเอะ ทาคาฟูมิ ผู้บริหารอายุน้อย ของบริษัทไลฟ์ดอร์ รางวัลที่3 ได้แก่คำว่า คูรุบิส(Cool Business) เป็นคำพูดติดปากของรัฐมนตรีหญิงประจำกระทรวงสิ่งแวดล้อม นางโคอิเคะ ซายูริ และนอกจากนั้นก็ยังมีคำอื่นๆอีกมากมายที่ติดอันดับหนึ่งในสิบก็มีคำว่า โช่ยโมเตะโอยาจิ (ผู้เฒ่าสาวๆกรี๊ด), โฟว์ ......... โดยเลเซอร์ รามอน ฮาร์ดเกย์ , โคอิซุมิ ชิลเดรน(Koizumi Childrens) , บ้อบบี้ เมจิก(Bobby Magic), อากิบะเค(พวกที่ชอบดู หมกหมุ่นอยู่กับเครื่องใช้ไฟฟ้า,อะนิเม) , โมเอ้ (เกิดแล้ว......) , บล้อก Blog มาจากคำว่า Web log เป็นต้น

     TOP